นวัตกรรม ‘น้ำลายเทียมชนิดเจล’ แก้ปัญหาปากแห้ง-น้ำลายน้อย ช่วยผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

สุขภาพ

นวัตกรรม ‘น้ำลายเทียมชนิดเจล’ แก้ปัญหาปากแห้ง-น้ำลายน้อย ช่วยผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผย ผลงานโครงการวิจัยและพัฒนา ‘น้ำลายเทียมชนิดเจล’ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและผู้สูงวัย ที่ประสบปัญหาปากแห้งน้ำลายน้อย

ผศ.ทพญ.ดร.อรุณวรรณ หลำอุบล ภาควิชาศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หนึ่งในทีมนักวิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาน้ำลายเทียมชนิดเจล เปิดเผยว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ น้ำลายเทียมชนิดเจล ผลิตภัณฑ์ เจลลี่ (เดิม ชื่อ วุ้นชุ่มปาก)  เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องจากพระองค์ทรงทราบว่าน้ำลายเทียม หรือสารให้ความชุ่มชื้นในช่องปากสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาปากแห้งน้ำลายน้อย ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2554 ส่วนใหญ่จะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ พระองค์จึงมีพระราชกระแสว่า เราน่าจะทำขึ้นมาเองได้

ทีมนักวิจัยที่ผลิตเจลลี่โภชนา อาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคี้ยวกลืน จึงนำความรู้มาทำการต่อยอด โดยวัตถุประสงค์แรกของการวิจัยเน้นไปที่กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก ซึ่งเมื่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับการรักษาโดยการฉายรังสีจึงส่งผลกระทบต่อต่อมน้ำลาย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือน้ำลายน้อย ทำให้ช่องปากและในลำคอแห้ง จึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่จะต้องให้ความชุ่มชื้นในช่องปากตลอดเวลา คนไข้ส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาโดยการจิบน้ำ แต่เวลาดื่มน้ำ ส่วนใหญ่ดื่มแล้วกลืน ความชุ่มชื้นไม่คงทน และส่งผลให้ต้องเข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อยซึ่งก่อให้ประสบปัญหาคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วย

สุขภาพ

จากผลการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ประสบปัญหาปากแห้งน้ำลายน้อยหลังรับรังสีรักษาเสร็จสิ้นแล้ว พบว่า เมื่อใช้น้ำลายเทียมชนิดเจล ผลิตภัณฑ์ เจลลี่ (เดิมชื่อ วุ้นชุ่มปาก) หลังจากรับประทาน 1-2 ช้อนชา สามารถให้ความชุ่มชื้นอยู่ได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และการวิจัยยังทำการทดสอบความพึงพอใจและประสิทธิผลในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มใหญ่ที่ประสบปัญหาปากแห้งน้ำลายน้อย อันเกิดจากยาที่รับประทานเป็นระยะเวลานาน อาทิ ยาที่ใช้รักษาโรคความดัน เบาหวาน ก็อาจจะส่งผลต่อความสามารถในการผลิตน้ำลายของผู้ป่วยด้วย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อโรคทางทันตกรรม เช่น ฟันผุ โรคปริทันต์ เป็นต้น

โครงการวิจัยและพัฒนาน้ำลายเทียมชนิดเจล ผลิตภัณฑ์ เจลลี่ (เดิมชื่อ วุ้นชุ่มปาก) ที่ผลิตออกมามี 3 กลิ่น คือ กลิ่นสตรอเบอร์รี่, กลิ่นน้ำผึ้งเลมอน และกลิ่นลิ้นจี่ โดยผลิตภัณฑ์สามารถกลืนได้ ทำให้สร้างความชุ่มชื้นทั้งในช่องปากและลำคอ และไม่ใส่สารกันบูด โดยผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษานาน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิปกติ แต่หลังจากเปิดใช้ผลิตภัณฑ์แล้วควรรับประทานภายใน 24 ชั่วโมง

ด้าน นายวรวุฒิ กุลแก้ว เลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านทันตกรรมที่มีคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อนำไปป้องกัน รักษา ฟื้นฟู โรคทางทันตกรรมแก่ประชาชน ซึ่งทีมวิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาน้ำลายเทียมชนิดเจล ผลิตภัณฑ์ เจลลี่ (เดิมชื่อ วุ้นชุ่มปาก) เป็นนักเรียนผู้ได้รับพระราชทุนอานันทมหิดล สาขาทันตแพทย์ศาสตร์ และเมื่อสามารถผลิตวุ้นชุ่มปากออกมาแล้วก็จะได้นำไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลเพื่อแจกจ่ายกับประขาชนต่อไป